เรียนรู้ และสร้างสรรค์

“... คนเรานั้นจะต้องมี นวัตกรรม คือต้อง innovative หรือต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ว่าก็ต้องสามารถปรับโลกให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่หรือความพอใจความสุขสบายของตัวเองเหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิด พอทางหนึ่งตันก็ต้องหาทางใหม่ ไม่งอมืองอเท้ายิ่งใน ภาวะวิกฤต ยิ่งต้องการนวัตกรรม ซึ่งไม่เฉพาะแต่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นนวัตกรรมของทั้งระบบโดยรวม ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม...”

สมเด็จพระเทรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอธิบายไว้ในการแสดงปาฐกถาเรื่อง “เทคโนโลยี นวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2542

11/08/2551

หน้าฝนกับงูเห่า เข้าไอซียูเพราะหยุดหายใจ


สัปดาห์นี้ มีผู้ป่วยเข้ารักษาไอซียู เพราะถูกงูเห่ากัด 3 รายแล้วค่ะ ทีมงานเห็นว่าประชาชนส่วนหนึ่งคือผู้มารับบริการที่มาเยี่ยมผู้ป่วย เห็นว่านี่เป็นโอกาส บอกให้มีการระมัดระวังตัว ดูแลตนเองโดยเฉพาะเด็กๆที่อยู่บ้านแล้วพ่อ แม่อาจมัวแต่ทำงานอยู่( 2 รายเป็นเด็ก) และมีความเข้าใจการดูแลเบื้องต้นก่อนมารพ. /ขณะอยู่รพ. จึงทำการประชาสัมพันธ์ ที่มุมความรู้เรื่องเกี่ยวกับพิษงูเห่า ดังนี้ค่ะ
พิษเฉพาะที่ [local poisoning] มีอาการเสียวแปลบเกิดขึ้นทันทีตรงบริเวณที่ถูกงูเห่ากัด ต่อมาจะปวดเล็กน้อย อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้น มักจะมีรอยเขี้ยวพิษ 2 จุด
มีเลือดออกซิบๆ ถ้ารอยเขี้ยวห่างกันมากแสดงว่างูที่กัดมีขนาดใหญ่ หลังจากนั้น 30 นาทีบริเวณรอยเขี้ยวจะบวมเล็กน้อย และบวมมากขึ้นช้าๆเฉพาะรอบๆแผลเท่านั้น

พิษโดยทั่วไป [Systemic poisoning ]
หลังจากงูกัด 30นาที-5 ชั่วโมงเริ่มเกิดอาการ คือ
- เวียนหัว แขนขาไม่มีแรง และง่วงนอนลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งตอนแรกอาจจะเกิดขึ้นทีละข้างก่อน ข้อนี้ถือเป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย ถ้าเจอผู้ป่วยระยะนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที - ตามองไม่ชัด ต่อมาอาการจะเพิ่มมากขึ้น แขนขาหมดแรง ตาหรี่มากขึ้น กระวนกระวาย ลิ้นแข็ง พูดอ้อแอ้น้ำลายมากเพราะกลืนลำบาก

- เริ่มมีอัมพาตของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนอาหาร อ้าปากไม่ขึ้น
- หายใจอึดอัด กระสับกระส่ายเพราะมีอัมพาตของกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ

- coma หยุดหายใจ และตาย
ตั้งแต่ถูกงูกัดจนกระทั่งหยุดหายใจอาจกินเวลาประมาณ 8-24 ชั่วโมงขึ้นกับปริมาณของพิษงูที่ได้รับ ถ้าได้รับพิษมากอาจเกิดอากเารใน 1 ชั่วโมง
การรักษา
1.การรักษาแผล ไม่จำเป็นต้องกรีดแผลหรือกว้านแผล ถ้าตุ่มใสขนาดเล็กไม่ต้องเจาะแต่ถ้าเป็นตุ่มขนาดใหญ่ให้เจาะดูดออกโดยใช้เข็มโดยวิธีปลอดเชื้อ ไม่ให้ถูกฐานของแผล ถ้าแผลสกปรกควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
2.การให้ยาปฏิชีวนะควรให้ทุกรายเนื่องจากมีเชื้อในปากงู ยาที่ควรให้ได้แก่ pen v 250 mg วันละ 4-8 เม็ด
การให้ serum แก้พิษงูควรให้ในรายที่มีอาการดังต่อไปนี้
พูดอ้อแอ้ พูดไม่ชัด ลิ้นคับปาก
กลืนไม่ค่อยลง
หายใจขัด
หายใจไม่ออก
กรณี หยุดหายใจต้องส่งเข้าไอซียูเพื่อรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจ หลังจากแก้พิษงู จนอาการดีขึ้นจึงย้ายออกไปดูแลต่อที่ตึกผู้ป่วยทั่วไป

3 ความคิดเห็น:

sinbad กล่าวว่า...

งูที่มีพิษต่อระบบประสาท (neurotoxin)
มีอยุ่ 4 ตัว ที่พี่หมอให้ท่อง...

"จง-เห่า-สาม-คลา"

งูจงอาง-งูเห่า-งูสามเหลี่ยม-งูทับสมิงคลา

^_______^

smart กล่าวว่า...

นราธิวาสมีงูกะปะ....ชอบอยู่ในสวนยางแอบๆใต้ใบไม้แห้ง หน้าฝน มันหนีเข้าบ้านต้องระวังด้วย

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ที่กรุงเทพ แถวชานพระนครก็มีงูเห่าเยอะ ถ้าโดนเต็มๆก็ต้องใส่ท่อช่วยหายใจทุกราย

พักตรงนี้ดีกว่า

Loading...