เรียนรู้ รังสรรค์ บันเทิง

“... คนเรานั้นจะต้องมี นวัตกรรม คือต้อง innovative หรือต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ว่าก็ต้องสามารถปรับโลกให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่หรือความพอใจความสุขสบายของตัวเองเหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิด พอทางหนึ่งตันก็ต้องหาทางใหม่ ไม่งอมืองอเท้ายิ่งใน ภาวะวิกฤต ยิ่งต้องการนวัตกรรม ซึ่งไม่เฉพาะแต่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นนวัตกรรมของทั้งระบบโดยรวม ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม...”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอธิบายไว้ในการแสดงปาฐกถาเรื่อง “เทคโนโลยี นวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2542

2/11/2554

โครงการเพื่อนช่วยเพื่อน รักษ์หัวใจ


















ผู้ป่วยโรคหัวใจถือเป็นโรคเรื้อรังและมีอัตราตายสูง จากสถิติรพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ช่วงเดือนตุลาคม2552-พฤษภาคม2553 พบว่าเป็นสเหตุการตายอันดับ2 รองจากอุบัติเหตุ โดยกลุ่มผู้สูงวัย ทั้งยังต้องกินยาหลายขนานทำให้เกิดความเสี่ยงจากยา ผู้ป่วยบางคนกินยาไม่สม่ำเสมอ ไม่มารพ.ตามแพทย์นัด ซึ่งล้วนมีผลให้เกิดอาการกำเริบ การให้ความรู้ความเข้าใจเชิงรุกต่อผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยเองเป็นสิ่งสำคัญมาก
จึงเป็นที่มาของการจัดโครงการครั้งนี้
โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนรักษ์หัวใจได้รับการสนับสนุนงบประมาณหลัก จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กิจกรรมเริ่มด้วยพิธีเปิดคุณหมอขนิษฐา ยอมเต็ม ประธานศูนย์โรคหัวใจกล่าวรายงานความสำคัญ ความเป็นมาและได้รับเกียรติจากนพ.จงเจษฐ์ ยั้งสกุลประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดการประชุม ประชาชนมารอตั้งแต่เช้า จากต่างอำเภอเจาะไอร้อง ยี่งอ จะแนะ ระแงะ บาเจาะ ตอนเช้าคุณหมอเล่าให้รู้จักโรคหัวใจกันก่อน เรียกว่ารู้จักหัวใจตอนไม่ป่วยจนถึงหัวใจป่วย คนป่วย แอบเห็นบางท่านนั่งอธิบายเพื่อนๆบางคนที่ไม่เข้าใจ ว่าหัวใจทำงานแบบไหนกันระหว่างพัก อาหารว่างแล้วรู้สึกดีนะคะ ต่อจากนั้น พบเรื่องเกี่ยวกับยาที่ผู้ป่วยโรคหัวใจต้องใช้ เป็นประจำ ความสำคัญในการกิน การระวังผลข้างเคียงจากเภสัชกร ศุษมา อุนยโกวิท
และในช่วงบ่ายลุงตุ๊ เภสัชกรคนเก่ง ฉัตรชัย เป็นวิทยากรหลักและมีเภสัชกรจากโรงพยาบาลชุมชน มาเป็นทีมทำกลุ่มอีก 10 ท่าน ช่วยกันตอบคำถามประชาชนที่สนใจความรู้ด้านยาโดยตรง มีการทำแบบทดสอบประเมินความรู้ประชาชน( ได้ผลการทดสอบผ่าน70 %) ในเรื่องที่ควรจำนำไปปฏิบัติ ผลที่คาดว่าจะได้รับคือให้ผู้ป่วยมีความรู้ที่ถูกต้อง เพียงพอสำหรับการดูแลตนเองทั้งโรคหัวใจ ยา เพื่อให้ตัดสินใจมาโรงพยาบาลได้รวดเร็วขึ้นเมื่อเจ็บหน้าอก และทีม.....เครือข่ายในจังหวัดจะได้ร่วมมือ ร่วมใจกันอย่างมีทิศทางเดียวกัน

ไม่มีความคิดเห็น: