เรียนรู้ และสร้างสรรค์

“... คนเรานั้นจะต้องมี นวัตกรรม คือต้อง innovative หรือต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ว่าก็ต้องสามารถปรับโลกให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่หรือความพอใจความสุขสบายของตัวเองเหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิด พอทางหนึ่งตันก็ต้องหาทางใหม่ ไม่งอมืองอเท้ายิ่งใน ภาวะวิกฤต ยิ่งต้องการนวัตกรรม ซึ่งไม่เฉพาะแต่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นนวัตกรรมของทั้งระบบโดยรวม ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม...”

สมเด็จพระเทรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอธิบายไว้ในการแสดงปาฐกถาเรื่อง “เทคโนโลยี นวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2542

5/14/2554

ทบทวนการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

ทบทวนการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

วัตถุประสงค์ 1. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการรักษา Acute MI - STEMI / Door to Needle Time 2. ปรับปรุง ระบบการดูแลรักษา

วิธีการทำ

โดยการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วย STEMI พบผู้ป่วย 13 ราย ที่มี Door to Needle Time มากกว่า 30 นาที

CCU เปิดรับผู้ป่วย Fast Track MI ตั้งแต่ เดือน มค. 53 จากการ review chart พบผู้ป่วย 3 ราย มี 2 ใน 3 ราย ได้รับการวินิจฉัยล่าช้า ทำให้ผู้ป่วยได้รับ SK ล่าช้า DTN มากกว่า 30 นาที, อีก 1 ราย เนื่องจาก ICU เตียงเต็ม ต้องadmit อช และ อช ไม่มียา Stock ทำให้ได้ SK ล่าช้า DTN มากกว่า 30 นาที จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย การรักษาที่รวดเร็ว ICU จึงสำรองตียงสำหรับผู้ป่วย STEMI 1 เตียง จากการทบทวนเวชระเบียนหลังจากสำรองเตียง STEMI พบ 10 ราย ที่มี Door to Needle Time มากกว่า 30 นาที ดังนี้

1. ผู้ป่วย STEMI ส่วนใหญ่ ร้อยละ 70 เป็น เพศชาย และมีโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง และหัวใจวาย

2. ผู้ป่วย STEMI ร้อยละ 60 เป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้า ตึกอุบัติเหตุก่อน เนื่องจาก EKG ที่ รพช.ไม่ชัดเจน, การวินิจฉัยผิดพลาด จาก รพช. , ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจที่ ER, ไม่มี Standing order

3. ผู้ป่วย STEMI อีก ร้อยละ 40 เป็นผู้ป่วยที่ Fast Tract เข้า CCU แต่ได้รับ SK ล่าช้า DTN มากกว่า 30 นาที มีสาเหตุจาก ผู้ป่วยอายุมากกว่า 65 เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูง แพทย์พิจารณาประเมินซ้ำเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้นได้คุยอาการกับญาติถึงความจำเป็นที่ต้องได้รับยา ญาติเข้าใจและยินยอม, รักษาภาวะแทรกซ้อนก่อน drip SK , อีก 1 ราย R/O Aortic dissecting ส่ง CT-Brain ก่อน เป็นต้น

ปัจจัยที่ทำให้ Door to Needle Time มากกว่า 30 นาที

1. ปัจจัยด้านผู้ป่วย เช่น มีโรคร่วม, อายุมาก

2. การวินิจฉัยผิดพลาด /ล่าช้า

3. ระบบการส่งต่อ

ประเด็นพัฒนาที่เกิดขึ้น

1. ข้อตกลงการ consult แพทย์อายุรกรรม ณ จุด ER

2. ระบบ Fast Tract case STEMI จาก รพช. เข้า CCU ไม่ผ่าน ER

3. การประชุมเครือข่าย รพช, รพ.เขตรอยต่อจังหวัดใกล้เคียง มีข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติเมื่อมีผู้ป่วย ACS เพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน เช่น การ Fax EKG consult, แบบฟอร์มการลงข้อมูลของ รพช. เพื่อหาตัวชี้วัดของ รพช.

4. Standing order สำหรับกลุ่ม STEMI ได้รับการปรับปรุง

5. สร้าง care map เพื่อให้ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันภายในโรงพยาบาล

จากประเด็นพัฒนาได้ดำเนินการแล้วเสร็จ มากกว่า 90 %

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

^^

พักตรงนี้ดีกว่า

Loading...