เรียนรู้ รังสรรค์ บันเทิง

“... คนเรานั้นจะต้องมี นวัตกรรม คือต้อง innovative หรือต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ว่าก็ต้องสามารถปรับโลกให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่หรือความพอใจความสุขสบายของตัวเองเหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิด พอทางหนึ่งตันก็ต้องหาทางใหม่ ไม่งอมืองอเท้ายิ่งใน ภาวะวิกฤต ยิ่งต้องการนวัตกรรม ซึ่งไม่เฉพาะแต่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นนวัตกรรมของทั้งระบบโดยรวม ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม...”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอธิบายไว้ในการแสดงปาฐกถาเรื่อง “เทคโนโลยี นวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2542

11/28/2556

Naradhiwasrajanagarindra: IBADAH friendly hospital

บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง “โรงพยาบาลแห่งคุณงามความดี
              Naradhiwasrajanagarindra: IBADAH friendly hospital
ชื่อหน่วยงาน  โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
       โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ มีการดำเนินการเพื่อให้บริการด้านสุขภาพ โดยยึดหลักความปลอดภัย มีการบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ตามวิถีชุมชน  ภายใต้สิทธิด้านสุขภาพตามรัฐธรรมนูญ อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม  ตามแนวคิด การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องอาศัยวัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง
การบริการ มีการให้ความสำคัญในเรื่องความเชื่อและความศรัทธาของผู้รับบริการ และประกาศนโยบาย IBADAH  friendly  hospital “โรงพยาบาลแห่งคุณงามความดี ซึ่งหมายถึงการส่งเสริมการคิดดี และทำดี  ในทุกช่วงของชีวิต ตั้งแต่แรกเกิด จนกระทั่ง เสียชีวิต ถ่ายทอดเป็นกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่บ่งบอกถึงการทำความดี  ความรัก การมีน้ำใจ และมีเมตตา แก่ผู้รับบริการ และเจ้าหน้าที่ ทั้งในโรงพยาบาลและออกสู่ชุมชน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปรียบเสมือนเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กิจกรรมในโรงพยาบาล ได้แก่กิจกรรม การอาซานในทารกแรกเกิด การส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการละหมาดในผู้ป่วยโดยการจัดเตรียมอุปกรณ์ และทำทิศละหมาด   การมีอาคารละหมาดสำหรับญาติ การบริการอาหารฮาลาล  กิจกรรมละศีลอดในเดือนรอมฎอน กิจกรรมกวนอาซูรอเพื่อสมานความสามัคคี ซึ่งทำร่วมกันระหว่างญาติและเจ้าหน้าที่  การจัดมุมและเอกสารชุดเสริมพลังใจตามหลักศาสนาทุกศาสนา  ในทุกหน่วยงาน โครงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฯ กิจกรรมจิตอาสาในการช่วยงานต่างๆ   กิจกรรมมิตรภาพบำบัดเพื่อช่วยดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง การทำบุญ 2 ศาสนาในวันสำคัญของโรงพยาบาล และอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการได้ดีในทุกหน่วยงาน  คือ โครงการซาลามัสปากี  โดยเน้นให้มีการทักทายและพูดคุยกับผู้รับบริการทุกวันโดยการนำของหัวหน้าหน่วยงาน เพื่อสร้างความเป็นกันเอง แสดงถึงความรัก ความใส่ใจ ความมีน้ำใจ และเอื้ออาทรเมื่อผู้รับบริการบอกเล่าถึงปัญหาและความต้องการต่างๆ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการที่มีประสิทธิภาพ และมีความสุขใจทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการ สำหรับในช่วงระยะสุดท้ายของชีวิต มีการจัดทำโครงการ Palliative care  ตามความเชื่อและศรัทธาของผู้ป่วยและญาติ เช่นการอ่านบทสวดและนิมนต์พระมาสวดเป็นมงคลกับผู้ป่วย  การอ่านยาซีน  และการจัดการศพซึ่งแสดงถึงการให้เกียรติ และเป็นการเสียชีวิตที่สมศักดิ์ศรี 
กิจกรรมที่ออกสู่ชุมชน ได้แก่การมีส่วนร่วมปฏิบัติศาสนกิจในวันสำคัญทางศาสนา การทำบุญวันธรรมสวนะในชุมชน โครงการสมาธิบำบัด การสนับสนุนผู้ออกหน่วยพยาบาลในการประกอบพิธีฮัจย์  โครงการดูแลสุขภาพอนามัยผู้เดินทางไป-กลับในการประกอบพิธีฮัจย์  โครงการตรวจสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และผู้นำทางศาสนา  โครงการตรวจสุขภาพผู้ต้องขังในเรือนจำ  กิจกรรมการเยี่ยมให้กำลังใจและมอบของใช้แก่เด็กกำพร้าในสถานกำพร้า  กิจกรรมการส่งเสริมการใช้ชีวิตอิสระของผู้พิการเพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของครอบครัวและสังคม  เป็นต้น
        70 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้มุ่งมั่นในการพัฒนางานด้านคุณธรรม จริยธรรม อย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบฯ สิ่งที่ได้รับคือ ประโยชน์สุขของผู้รับบริการ และผู้ให้บริการที่ต่อเนื่องและยั่งยืน สมกับคำว่า “IBADAH  friendly  hospital”

 นายแพทย์ วิรุฬห์    พรพัฒน์กุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และคณะกรรมการสิทธิผู้ป่วยและจริยธรรม โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

 โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

Nursing innovation in Critically ill patient : Safety Transport

ชื่อเรื่อง   Nursing innovation in Critically ill patient : Safety Transport
  การเฝ้าระวังอุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยภาวะวิกฤต ห้องผู้ป่วยหนักโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ที่มาของปัญหา   
-       การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตจากห้องผู้ป่วยหนักได้แก่ การย้ายหน่วยงาน ส่งเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ล้างไต การส่งทำผ่าตัดเพื่อการรักษาต่อเนื่อง มีโอกาสเกิดอุบัติการณ์เช่นท่อช่วยหายใจเลื่อน  สายระบายทรวงอกเลื่อน  สัญญาณชีพ อาการทางระบบประสาทแย่ลงขณะตรวจในห้องตรวจ ระหว่างการเคลื่อนย้าย ซึ่งการแก้ไขช่วยเหลือมีข้อจำกัด อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เกิดการฟ้องร้อง ตั้งแต่ปี 2548 หอผู้ป่วยหนักมีการป้องกันอุบัติการณ์ประสานงานล่วงหน้า มีพยาบาลวิชาชีพนำส่งผู้ป่วย 100% ปี2551-2554  ออกแบบการประเมินอาการที่ควรเฝ้าระวังผู้ป่วยก่อนจำหน่ายย้ายออก ในแบบบันทึกการพยาบาลระยะที่ 3 แต่ยังพบอุบัติการณ์  มีท่อช่วยหายใจเลื่อน-หลุดขณะส่งห้องผ่าตัด 1 ราย  เกิด Cardiac  arrest  ที่แผนกรังสีวิทยา 2 ราย  ทำให้ทีมตระหนักถึงกระบวนการดูแลเพื่ออุบัติการณ์ไม่พึงประสงค์ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยภาวะวิกฤต ทีมวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุ 4 ด้าน ได้แก่ บุคลากร เครื่องมือ กระบวนการพยาบาลและการเตรียมผู้ป่วย เพื่อหาแนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตอย่างปลอดภัย  ระยะเวลาพัฒนา ตั้งแต่กันยายน 2555 ถึง พฤษภาคม 2556 กระบวนการพัฒนาที่สำคัญคือ แบบการประเมินสภาพผู้ป่วย ทักษะพยาบาลผู้ดูแล การเตรียมผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้ การใช้นวตกรรมติดพลาสเตอร์แบบ 3 หาง นวัตกรรมเส้นสาย Line lock /ผูกท่อช่วยหายใจ /การผูกยึดอย่างเหมาะสม / ห่อตัวเด็กให้รัดกุม เครื่องมืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ติดตัวที่จำเป็น ติดตาม มีการติดตามเครื่องชี้วัดอุบัติการณ์ผู้ป่วยอาการแย่ลงขณะเคลื่อนย้าย จากการเตรียมผู้ป่วยไม่พร้อม

บทเรียนที่ได้รับ
การประเมิน การประเมินซ้ำและการเตรียมพร้อมผู้ป่วยให้ครอบคลุม ก่อนการเคลื่อนย้ายทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากอุบัติการณ์