เรียนรู้ รังสรรค์ บันเทิง

“... คนเรานั้นจะต้องมี นวัตกรรม คือต้อง innovative หรือต้องรู้จักสร้างสรรค์ ต้องมีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่ว่าก็ต้องสามารถปรับโลกให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นอยู่หรือความพอใจความสุขสบายของตัวเองเหมือนกัน ต้องแก้ปัญหาด้วยความคิด พอทางหนึ่งตันก็ต้องหาทางใหม่ ไม่งอมืองอเท้ายิ่งใน ภาวะวิกฤต ยิ่งต้องการนวัตกรรม ซึ่งไม่เฉพาะแต่นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่เป็นนวัตกรรมของทั้งระบบโดยรวม ตั้งแต่สังคม เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม...”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงอธิบายไว้ในการแสดงปาฐกถาเรื่อง “เทคโนโลยี นวัตกรรม กับการพัฒนาประเทศ” ในการประชุมประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2542

10/22/2551

การค้นหาประเด็น ความเสี่ยงจาก กรณีศึกษา


การใช้กรณีผู้ป่วย เพื่อชี้ให้เห็นความเสี่ยงของระบบงานทางคลินิก
กรณีที่ 1
z ผู้ป่วยมีไข้ 5 วัน ตรวจร่างกายพบว่า…
z มีไข้สูง tourniquet test + ve
z มี mild injected pharynx
z ตรวจเลือดพบมี neutropenia และ Hct 38%
z แพทย์ให้การวินิจฉัยโรคว่าเป็น Dengue Fever ให้รับการรักษาไว้ในโรงพยาบาล
ประเด็นที่สามารถชี้แนะให้เห็นโอกาสพัฒนา
z Dengue Fever มีความหมายต่อการวางแผนการรักษาอย่างไร
z ประวัติอาการไข้ 5 วัน สอดคล้องกับอาการ Dengue Fever หรือไม่ มีความเสี่ยงใดบ้างหากไม่ได้คิดถึงสาเหตุอื่นๆ
z แพทย์ พยาบาล มีบทบาทอย่างไรที่ก่อให้เกิดความมั่นใจในการวินิจฉัยโรค และการรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง
z ทีมงานจะใช้กรณีนี้เพื่อการเรียนรู้อย่างไร
z รพ. มีแนวทางอะไร เพื่อป้องกันปัญหาลักษณะเช่นนี้ในอนาคต


กรณีที่ 2
z ผู้ป่วยมา รพ. เมื่อ 16.00 น. ด้วยอาการไม่รู้สึกตัว BP ที่ ER วัดได้ 200/140 mmHg และ blood sugar 68 mg% แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น hypoglycemia จึงให้ glucose และ admit
z ที่ ward บันทึกว่าผู้ป่วยรู้สึกตัวแต่สับสน มี general PE แต่ไม่มี neurological exam.
z จากบันทึกพบว่าเวลา 22.00 น. ผู้ป่วยมีไข้สูง BP 120/80 mmHg ไม่รู้สึกตัว พยาบาลรายงานแพทย์ แพทย์ให้สังเกตอาการต่อ
z ตอนเช้า BP 90/60 mmHg ไข้สูง แพทย์ refer เข้า รพท.

ประเด็นที่สามารถชี้แนะให้เห็นโอกาสพัฒนา
z ปัญหาของผู้ป่วยรายนี้มีอะไรบ้าง มีการสรุปปัญหาทั้งหมดของผู้ป่วยหรือไม่
z ญาติผู้ป่วยร้องเรียนว่า รพ.รักษาไม่เหมาะสม จุดอ่อนที่สุดของกรณีนี้อยู่ที่ใด ถ้ามีกรณีเช่นนี้อีกทีมงานจะทำอย่างไร
z ทีมงานทราบสาเหตุการเจ็บป่วยของผู้ป่วยรายนี้หรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะมีการสื่อสารข้อมูลในผู้ป่วยที่ส่งต่อทุกราย
z ทีมงานจะเรียนรู้จากการทบทวนผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อได้อย่างไร

ตัวอย่างที่นำมาเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติแต่ไม่ทราบที่มา แต่ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณนะคะ

10/16/2551

การช่วยเหลือจากทีมที่เชี่ยวชาญกว่า


Institute of Healthcare Improvement: IHI ของอเมริกา ได้ให้ตัวอย่าง Criteria สำหรับการขอความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ แนะนำให้ใช้มาตรฐาน Rapid Response Team (RRT) เพื่อช่วยลดการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่อยู่นอก ICU และมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว โดยแทนที่จะรอให้อาการหนักมากเสียก่อน อาจจะมีความตื่นตัวที่จะประเมิน และส่งต่อโดยทันทีที่ผู้ป่วยเริ่ม unstable ไว้ดังนี้
· เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบดูแลผู้ปวย รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วย
· อัตราการเต้นของหัวใจ <40หรือ>130 ครั้งต่อนาที
· ความดัน systolic <90>mmHg ในบางรายต่ำกว่า 80 mmHg
· อัตราการหายใจ <8>28 ครั้งต่อนาที
· O2 saturation <90%>
· การเปลี่ยนแปลง ระดับความรู้สึกตัวลดลง
· ปริมาณปัสสาวะ <50> ml/hr
เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยทรุดลงถึงขั้น cardiac arrest ซึ่งพบได้ว่ามีการใช้ทีมช่วยเหลือของโรงพยาบาลเช่นทีมCPR โดยการช่วยเหลือในขั้นนั้นมักจะได้ผลที่ไม่น่าพึงพอใจ ล่าช้าเกินที่จะทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตกลับมาได้อย่างปกติ